<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวฝาก]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/38</link>
<atom:link href="https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/38" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[เปิด “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี” 1 พ.ย. 69 - 14 มี.ค. 70 ชูอัตลักษณ์อีสาน สร้างรายได้สู่ชุมชน]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/553789</link>
<guid isPermaLink="false">d94c6f766efe3e652873a85265b86f3c</guid>
<pubDate>Sat, 24 Oct 2026 08:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; งาน &ldquo;มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569&rdquo; (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 - 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด &ldquo;ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน&rdquo; เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ โดยตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน และคาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท ภายในงานมีสวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศและ 2 องค์กรนานาชาติ สวนองค์กรไทย 16 สวน สวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน นิทรรศการ 16 นิทรรศการ การประกวดพืชพรรณ และกิจกรรมประชุมวิชาการ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร สถาปัตยกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์อีสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ณ ลานตุ้มโฮม ตลาดชุมชนริมน้ำที่รวบรวมร้านค้าท้องถิ่น 50 ร้าน ตลอดจนเทศกาลลอยกระทง วันพ่อแห่งชาติและวันดินโลก เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และการเฉลิมฉลองครบรอบ 134 ปี จังหวัดอุดรธานี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเผยแพร่วัฒนธรรมและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ทั้งนี้การจัดงานมุ่งผลักดันจังหวัดอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมจัดบริการรถรับส่งและรถรางพลังงานไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยบัตรเข้าชมมี 5 รูปแบบ ได้แก่ บัตรบุคคลทั่วไป บัตรเจ้าบ้านอุดรธานี บัตรเครือสบายดี บัตรแบบกลุ่ม และบัตรสิทธิพิเศษเฉพาะชาวไทย เข้าชมฟรี 1 วัน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://suphanburi.prd.go.th/th/file/get/file/20261024c9917ede104e5cd1f04a227b1c3b53fa085958.jpg' type='image/jpg' length='1507032' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เดินหน้าปราบยาเสพติด สกัดต้นทาง ตัดวงจรผู้ค้า คุมเข้มกัญชาผิดกฎหมาย]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/553639</link>
<guid isPermaLink="false">ecf307c2cd7496a62148279db63d526d</guid>
<pubDate>Fri, 23 Oct 2026 10:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ครั้งที่ 3/2569 ให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ศึกษาเหตุปัจจัยการกลับมากระทำผิดซ้ำของผู้ผ่านการบำบัดรักษา เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาแนวทางกำหนดนโยบายกัญชาอย่างสมดุล ย้ำไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการ ป้องกันการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน และปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมและการลักลอบค้ากัญชาผิดกฎหมาย พร้อมเสนอ มติคณะกรรมการ ป.ป.ส. ต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชาของกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งการส่งออกผลิตภัณฑ์กัญชาต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง กำชับให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาต หากดำเนินกิจการผิดวัตถุประสงค์ให้ดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงเพิกถอนใบอนุญาต นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ ร่างแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมทั้งเห็นชอบในหลักการ ร่างแผนยุทธการในการประกาศสงครามยาเสพติด ระยะ 6 เดือน โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนามในร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อมุ่งลดจำนวนผู้ค้าและปริมาณยาเสพติด ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยต่อการกระทำความผิด และแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน โดยยึดหลักวิชาการ ข้อเท็จจริง และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://suphanburi.prd.go.th/th/file/get/file/20261023859d35cb33d88760e72dad2bfc10abcc100643.jpg' type='image/jpg' length='1491325' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์” ขยายโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ถึง ธ.ค. 70 เดินหน้าดูแลราคาสินค้า ลดค่าครองชีพ ส่งเสริมข้าวประณีต เพิ่มรายได้เกษตรกร]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/553638</link>
<guid isPermaLink="false">74e12b027ab564a44cee538ff361623d</guid>
<pubDate>Fri, 23 Oct 2026 10:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ามาตรการดูแลเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ และลดค่าครองชีพประชาชน ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การสร้างงานและสร้างอาชีพผ่านธุรกิจแฟรนไชส์ การดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้าเชิงรุก และการยกระดับข้าวไทยจากสินค้าเกษตรไปสู่สินค้ามูลค่าสูง เพื่อเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ด้านการสร้างอาชีพ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขยายระยะเวลาโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส&rdquo; ถึงเดือนธันวาคม 2570 เปิดโอกาสให้ประชาชน รวมถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถเริ่มต้นธุรกิจผ่านแฟรนไชส์ โดยรัฐบาลสนับสนุนเงินลงทุน 50% ของมูลค่าแพกเกจ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย ปัจจุบันมีแฟรนไชส์เข้าร่วม 109 ราย และมีผู้สมัครแพกเกจแล้ว 493 ราย ตั้งเป้าสร้างอาชีพ 10,000 ราย พร้อมเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้ากว่า 20,000 ทำเลทั่วประเทศ และเชื่อมต่อแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยพิเศษ โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 1,100 ล้านบาท สำหรับด้านค่าครองชีพ ได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ต้นทุนพลังงาน และค่าขนส่งอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการเชิงรุกทั้งการกำกับราคาสินค้าจำเป็น การเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดผ่านโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ&rdquo; 3,036 จุดทั่วประเทศ และการร่วมมือกับภาคเอกชน 27 ราย ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,223 รายการ สูงสุดร้อยละ 78 ผ่านกิจกรรม &ldquo;ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพสู้วิกฤตน้ำท่วม&rdquo; ขณะเดียวกันยังเดินหน้ายกระดับข้าวไทยสู่ &ldquo;ข้าวประณีต&rdquo; ภายใต้แนวคิด &ldquo;ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพื่อเพิ่มรายได้&rdquo; เน้นยกระดับมาตรฐานตลอดห่วงโซ่การผลิต ใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลบริหารผลผลิต พร้อมเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรผลิตข้าวได้ตรงกับความต้องการของตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้า และลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://suphanburi.prd.go.th/th/file/get/file/20261023c59c0965d0f3d34a3fd1e854aac5cd47100545.jpg' type='image/jpg' length='1438718' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ภราดร” หารือ โปแลนด์ - OECD ยกระดับมาตรฐานด้านความซื่อตรงในการบริหารงานภาครัฐต่อต้านการทุจริต พร้อมเข้าเป็นสมาชิก OECD]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/553222</link>
<guid isPermaLink="false">1abfc31cd84aeeebf7b2d990075e1221</guid>
<pubDate>Thu, 22 Oct 2026 08:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หารือกับผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ประจำประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสาธารณรัฐโปแลนด์ และผู้แทนองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พร้อมเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับมาตรฐานด้านความซื่อตรงในการบริหารงานภาครัฐ ระหว่างวันที่ 21&ndash;22 ตุลาคม 2569 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการฝึกปฏิบัติจริง พร้อมนำแนวปฏิบัติจากต่างประเทศมาเป็นต้นแบบในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD โดยย้ำว่า แม้กติกาและข้อกฎหมายของไทยจะมีความเข้มแข็งเพียงพอและอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยมาตรฐาน แต่ยังมีความท้าทายด้านการนำไปปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลจึงต้องเร่งพัฒนากลไกป้องกันการทุจริต สร้างความตระหนักรู้ และเสริมสร้างเครื่องมือให้มีความเข้มแข็ง โดยปัจจุบันรัฐบาลปรับลดกรอบเวลาการเข้าเป็นสมาชิก OECD จาก 5 ปี เหลือ 3 ปี แต่เป้าหมายสำคัญสูงสุดคือการทำให้สามารถดำเนินการตามกรอบกฎหมายได้จริง นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 19&ndash;20 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้จัดการประชุมสืบค้นข้อเท็จจริง (Fact-Finding Meeting) ร่วมกับคณะผู้แทน OECD เพื่อประเมินความพร้อมของไทยด้านความซื่อตรงในภาครัฐและการต่อต้านการทุจริต ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยรัฐบาลมุ่งยกระดับมาตรฐานความซื่อตรงภาครัฐให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และใช้โอกาสครั้งสำคัญในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในการปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ เศรษฐกิจ กฎหมาย และนวัตกรรมของประเทศ&nbsp;&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://suphanburi.prd.go.th/th/file/get/file/202610227fd1c966b94dcc038c22d5bd8979e1b3083615.jpg' type='image/jpg' length='1358801' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติงบกลาง 10,508 ล้าน เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย “คลัง” ออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/553139</link>
<guid isPermaLink="false">7bcdcc8a0b5255163dba6b80999adf62</guid>
<pubDate>Wed, 21 Oct 2026 16:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลางเพิ่มเติม 10,508.88 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอีก 1,481,401 ครัวเรือน ในพื้นที่ 66 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมผู้ประสบภัยระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569 ซึ่งการอนุมัติงบกลางเพิ่มเติมในครั้งนี้ เป็นการเตรียมงบประมาณรองรับผู้ประสบภัยที่ยื่นคำขอและยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมประชาชนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังรับทราบและเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569 ของกระทรวงการคลัง ครอบคลุมมาตรการด้านการเงินและมาตรการภาษี ได้แก่ การพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย และขยายเวลาชำระหนี้ การให้สินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและเสริมสภาพคล่องแก่ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ รวมถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูกิจการ SMEs มาตรการภาษี เช่น การลดหย่อนค่าซ่อมแซมบ้านไม่เกิน 100,000 บาท และรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 30,000 บาท ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักรและชิ้นส่วนเพื่อซ่อมแซมความเสียหาย ขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษีให้ผู้ได้รับผลกระทบ และโครงการจัดซื้อกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่มและกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม โดยมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 - 1 ตุลาคม 2570 ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุม 30 ล้านหลังคาเรือน วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากภัยพิบัติ วงเงินรวมไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อคน เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถฟื้นตัวและกลับมาดำเนินชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้โดยเร็ว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://suphanburi.prd.go.th/th/file/get/file/202610211a5a6f0a0b14c2027acbd0195c02af3e161533.jpg' type='image/jpg' length='1649945' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติมาตรการพยุงราคาข้าวนาปี–ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดูแลรายได้เกษตรกร]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/553137</link>
<guid isPermaLink="false">ea0a54cc44ffce23f014c8d2a3952b13</guid>
<pubDate>Wed, 21 Oct 2026 16:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; คณะรัฐมนตรีรับทราบและอนุมัติมาตรการดูแลสินค้าเกษตรสำคัญ ทั้งข้าวเปลือกและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2569/70 โดยใช้กลไกการเก็บสต็อก การดูดซับผลผลิต สินเชื่อเพื่อชะลอการขายและรวบรวมผลผลิต ตลอดจนการยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านราคา เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรไม่ต้องเร่งขายผลผลิตในช่วงราคาต่ำ และสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกร โดยได้รับทราบมาตรการภายใต้แนวคิด &ldquo;ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต&rdquo; (New Rice Economy) จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2569/70 วงเงิน 564 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2570 หรือ &ldquo;ข้าวประณีต ระยะที่ 2&rdquo; วงเงิน 84 ล้านบาท และอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2569/70 จำนวน 2 โครงการ ภายใต้กรอบวงเงินรวม 56,584.64 ล้านบาท ได้แก่ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2569/70 นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้รับทราบและอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 รวม 4 โครงการ วงเงินรวม 120.30 ล้านบาท ได้แก่ โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2569/70 โครงการดูดซับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2569/70 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 เพื่อช่วยบริหารจัดการผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคา สนับสนุนสภาพคล่อง ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้เกษตรกร&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://suphanburi.prd.go.th/th/file/get/file/20261021e47341060794c93b2492034bca63c39d161422.jpg' type='image/jpg' length='1746757' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลต่อยอดความสำเร็จ IMF–World Bank 2026 สู่การลงทุนจริง สร้างงาน กระจายรายได้]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/553135</link>
<guid isPermaLink="false">a26e6fed254a259e42103bf261f95fe7</guid>
<pubDate>Wed, 21 Oct 2026 16:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; รัฐบาลเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 (2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12&ndash;18 ตุลาคม 2569 โดยนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลมุ่งให้โอกาสและความร่วมมือที่เกิดขึ้นสร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่ประชาชน เศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการไทย และภาคบริการของประเทศ พร้อมส่งเสริมสินค้าไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเอกลักษณ์ของประเทศสู่ตลาดนานาชาติ ด้าน ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมประสบความสำเร็จ 3 ด้าน ได้แก่ การเป็นเจ้าภาพที่โลกประทับใจ การเป็นผู้นำทางความคิดที่โลกยอมรับ และการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่โลกเชื่อมั่น โดยจะต่อยอดความเชื่อมั่นสู่การลงทุนจริง ปรับปรุงกฎระเบียบ พัฒนาทักษะแรงงาน และเชื่อมโยงการลงทุนกับผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ กระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ประชาชน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำโอกาสจากการประชุม IMF&ndash;World Bank 2026 มาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งพัฒนาสินค้าไทย สร้างแบรนด์ ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาและทุนทางวัฒนธรรม ตลอดจนเชื่อมโยงการค้า วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และธุรกิจ MICE เพื่อขยายตลาดต่างประเทศ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพกระจายสู่ประชาชนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://suphanburi.prd.go.th/th/file/get/file/202610212f165b0bc960cd1b2841675f6ac77eed161302.jpg' type='image/jpg' length='1746407' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เร่ง “ปราบนอมินี” ตรวจสอบที่ดินกลุ่มเสี่ยง-บังคับจำหน่ายที่ดินที่ถือครองโดยมิชอบ ปิดช่องนอมินีรายใหม่]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/552614</link>
<guid isPermaLink="false">71639395f0c375382e143606674c6ec3</guid>
<pubDate>Tue, 20 Oct 2026 14:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการ &ldquo;ปราบนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ&rdquo; ย้ำเจตนารมณ์รัฐบาลในการปราบปรามการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวโดยมิชอบ ป้องกันทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และเครือข่ายนอมินี โดยที่ผ่านมา กรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจพบการถือครองที่ดินโดยนอมินีหรือเข้าข่ายถือครองแทนคนต่างด้าว จำนวน 1,397 ราย รวม 2,360 แปลง เนื้อที่ 5,467 ไร่ มูลค่าประมาณ 14,010 ล้านบาท พร้อมเร่งบังคับจำหน่ายที่ดินและดำเนินการตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา ทั้งนี้ กำชับให้ตรวจสอบผู้มีอำนาจควบคุม ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง เส้นทางการเงิน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมขับเคลื่อน 3 แนวทาง ได้แก่ เร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงให้ได้ข้อยุติภายในเดือนธันวาคม 2569 บังคับจำหน่ายที่ดินและติดตามผลอย่างจริงจัง และปิดช่องนอมินีรายใหม่ ด้วยการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันในระยะยาว ภายใต้หลัก &ldquo;จริงจังกับผู้กระทำผิด และเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติที่ถูกต้อง&rdquo; นอกจากนี้รัฐบาลยังเดินหน้าจัดการปัญหาการทุจริต โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงการทุจริตภาครัฐ ครั้งที่ 2/2569 มุ่งลดความเสี่ยงการเรียกรับสินบน ยกระดับกระบวนการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต และพัฒนาระบบบริการภาครัฐสู่ดิจิทัล เร่งตรวจสอบช่องโหว่ทางกฎหมายและหาแนวทางป้องกันการเรียกรับสินบน โดยเริ่มพื้นที่ถนนข้าวสารเป็นแซนด์บ็อกซ์ พร้อมกำชับให้สอบสวนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐถูกพาดพิงภายใน 30 วัน รวมทั้งประเมินกระบวนงานที่มีความเสี่ยงสูงตามโครงการ &ldquo;1 กรม 1 โปร่งใส&rdquo; เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตและส่งเสริมการดำเนินงานของภาครัฐให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล</p>
]]></description>
<enclosure url='https://suphanburi.prd.go.th/th/file/get/file/202610201e429499b9bc1b72cd3247073f6075f4140827.jpg' type='image/jpg' length='1506458' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปิดฉาก IMF–World Bank 2026 ต่อยอดเวทีโลก สู่การลงทุน สร้างงาน และเสริมความแข็งแกร่งเศรษฐกิจไทย  ]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/551849</link>
<guid isPermaLink="false">3b1d60a31c15ba545c9f12863fb13247</guid>
<pubDate>Mon, 19 Oct 2026 08:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม 2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12&ndash;18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด &ldquo;Thailand&rsquo;s New Horizons: Empowering People, Building Resilience&rdquo; เพื่อผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1. ยกระดับความปลอดภัยทางการเงินดิจิทัล เปิดตัว Bangkok Blueprint เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินและคุ้มครองประชาชนจากการฉ้อโกง&nbsp;2. ใช้ AI เพิ่มผลิตภาพและสร้างงานคุณภาพ ส่งเสริมการใช้ AI ในธุรกิจ พัฒนาทักษะแรงงานผ่าน SkillBridge และเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มรายได้และขีดความสามารถในการแข่งขัน 3. ผลักดันไทยเป็น Trusted Connector เชื่อมโยงตลาด เงินทุน และเทคโนโลยี มุ่งดึงดูดการลงทุนที่สร้างงาน พัฒนาทักษะคนไทย และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก 4. ขยายความร่วมมือด้านการลงทุนและการเงินอิสลาม ร่วมกับ BIA และ IsDB ส่งเสริมแหล่งทุนแก่ SMEs ธุรกิจฮาลาล และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเพิ่มโอกาสขยายตลาดต่างประเทศ 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและสาธารณสุข ร่วมกับ ADB ผ่านโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่างและพัฒนาบริการสุขภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมและยกระดับคุณภาพชีวิต 6. ส่งเสริมพลังงานสะอาดและเมืองคาร์บอนต่ำ วางกรอบเงินกู้ธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอาคารภาครัฐและพื้นที่อุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุน SMEs แรงงาน และชุมชนให้ปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญให้ไทยขยายความร่วมมือระหว่างประเทศและต่อยอดการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมุ่งให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการจ้างงาน การเข้าถึงเทคโนโลยี ความปลอดภัยทางการเงิน และบริการสาธารณะที่ดีขึ้น&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://suphanburi.prd.go.th/th/file/get/file/20261019d4cbe41c15a672f42c7c34f487ef30f9084751.jpg' type='image/jpg' length='1582446' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลใช้เวที IMF–World Bank 2026 สร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเงินกับประเทศคู่ค้าพัฒนาทักษะแรงงาน เพิ่มโอกาสให้ SMEs รับมือภัยพิบัติ]]></title>
<link>https://suphanburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/551744</link>
<guid isPermaLink="false">78849b4acbe254df18affcfef10c42b4</guid>
<pubDate>Sun, 18 Oct 2026 10:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; รัฐบาลใช้โอกาสจากการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569 ขยายความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าและองค์การระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หารือกับฮ่องกง ฝรั่งเศส อินเดีย บาห์เรน และปากีสถาน เพื่อเชื่อมโยงตลาดทุน เพิ่มช่องทางระดมทุน สนับสนุน SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อ และขยายความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด AI ระบบการเงินดิจิทัล และการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการไทย สร้างงาน และสร้างรายได้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำไทยเข้าร่วมโครงการ Human Capital Project ของธนาคารโลก ขยายความร่วมมือพัฒนาเด็กปฐมวัย ส่งเสริมการใช้ AI ด้านสุขภาพ พัฒนาทักษะแรงงานและการเรียนรู้ตลอดชีวิต นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับ OECD และ Blue Dot Network ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ โปร่งใส และยั่งยืน เน้นด้านดิจิทัล AI และพลังงานสะอาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน เพิ่มโอกาสการลงทุนและการจ้างงาน ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันความร่วมมือด้านการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นแหล่งทุน เพิ่มโอกาสให้ SMEs และธุรกิจนวัตกรรมเข้าถึงสินเชื่อและต่อยอดธุรกิจ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หารือกับธนาคารโลกเพื่อใช้ข้อมูลเรียลไทม์และ AI ยกระดับการพยากรณ์อากาศ&nbsp;การบริหารจัดการน้ำ และระบบเตือนภัยพิบัติ ศึกษาแนวทางกักเก็บน้ำเพื่อรับมือน้ำท่วมและภัยแล้ง เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://suphanburi.prd.go.th/th/file/get/file/20261018a41480a3f4446ed77f6138b73f8a362d102355.jpg' type='image/jpg' length='1598848' />
</item>
</channel>
</rss>
