จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดน่าน กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วม รวบรวมและส่งต่อข้อมูล วางแผนการอพยพและการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด ทั้งผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง และผู้ป่วยโรคไตที่ต้องล้างไตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งทีม Mini Mert ทีม MCATT ดูแลสุขภาพจิตประชาชน หน่วยปฏิบัติการควบคุมโรค และเตรียมศูนย์พักพิงรองรับประชาชน กระทรวงแรงงาน ได้จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้คำปรึกษาแก่สถานประกอบการและลูกจ้างที่ประสบภัย ด้านสิทธิประโยชน์ กรณีว่างงานเหตุสุดวิสัยสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ไม่ได้รับค่าจ้างเนื่องจากสถานประกอบการหยุดชะงักจากภัยพิบัติ สามารถได้รับเงินทดแทนร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน ซ่อมแซมเครื่องจักร อุปกรณ์ทางการเกษตร และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย ส่วนมาตรการสนับสนุนนายจ้าง มีแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อใช้ในการปรับปรุงและฟื้นฟูสถานประกอบกิจการ และสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการอนุมัติจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียชีวิต และติดตามสถานการณ์และสำรวจความต้องการช่วยเหลือของผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการจัดหางาน ฝึกอาชีพ และการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เพื่อเร่งฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของแรงงานและภาคธุรกิจให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบกได้ระดมกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ และรถบรรทุกน้ำ เข้าช่วยเหลือประชาชนในหลายจังหวัดทั้งการฉีดล้างโคลน ขจัดดินสไลด์ และทำความสะอาดถนนและบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ ตาก น่าน และพะเยา ส่วนกระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย สำหรับสิ่งของที่เปิดรับบริจาค ได้แก่ เครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาทิ อาหารแห้งและอาหารสำเร็จรูป เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง น้ำดื่ม และเครื่องปรุงอาหาร รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาด ผ้าอนามัย กระดาษชำระ และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ที่เหมาะสมสำหรับนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เปิดรับบริจาคตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00–16.30 น. ณ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2202 9633 หรือ 0 2209 3699 หรือ 08 9967 3924 หรือ 06 2602 4749