นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์อุทกภัยต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 กำชับทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชนเป็นรายพื้นที่ โดยเฉพาะปราจีนบุรี ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา ดูแลกลุ่มเปราะบางและเตรียมการอพยพ พร้อมใช้ “ข้อมูลชุดเดียวกัน” ทั้งฝน น้ำเหนือ การระบายน้ำ และระดับน้ำทะเล เพื่อให้การแจ้งเตือนและช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด โดยสั่งการเร่งพร่องและระบายน้ำ เปิดทางน้ำ ชี้พื้นที่เสี่ยง เตรียมกำลังและเครื่องจักรล่วงหน้า พร้อมฟื้นฟูทันทีเมื่อน้ำลด ดูแลศูนย์พักพิง สุขอนามัย และพิจารณาลดค่าน้ำ–ค่าไฟแก่ผู้ประสบภัย ด้านการเยียวยากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้โอนเงิน 4,700 ล้านบาท ไปยังธนาคารออมสินแล้ว ให้ทยอยจ่ายแบบรายวันแก่พื้นที่ที่ตรวจสอบเสร็จก่อน พร้อมกำชับว่า ภายในสัปดาห์นี้ต้องเริ่มเห็นเงินเข้าบัญชีประชาชน ขณะที่ผู้ประสบอุทกภัยตามมติ ครม. กรณีบ้านถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ได้รับ 9,000 บาทต่อครัวเรือน และกรณีน้ำล้อมตามหลักเกณฑ์ 5,000 บาท ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ครอบคลุม 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 50 เขต สำหรับเหตุภัยก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยใช้งบกลาง ส่วนเหตุที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปเข้าสู่กลไกประกันภัยพิบัติ โดย “โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว วงเงินที่อยู่อาศัยสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน กรณีน้ำล้อมเกิน 7 วัน รับ 10,000 บาท และคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุ 2,000,000 บาทต่อคน ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดตามฝนและน้ำภาคกลางล่วงหน้า 7–10 วัน พร้อมเฝ้าระวัง ฝนระลอกใหม่ช่วง 10–12 ตุลาคม 2569 โดยเฉพาะภาคกลางตอนล่างและพื้นที่ด้านตะวันตก รวมถึงเขื่อนแก่งกระจานและพื้นที่เสี่ยงหลายจังหวัด พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้ “ข้อมูลชุดเดียวกัน” ชี้พื้นที่เสี่ยงถึงระดับอำเภอ–ตำบล เตรียมเครื่องจักร จุดอพยพ และทรัพยากรล่วงหน้า โดยมี ปภ. เป็นหน่วยประสาน