วันนี้ (14 ต.ค.66) ที่นิคมสร้างตนเองกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ โดย รมว.พม.วราวุธ ได้ร่วมปลูกต้นมะเกลือ ต้นไม้ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี และเยี่ยมชมนิทรรศการ “เหลียวหลังแลหน้า จากรากหญ้าสู่รากแก้ว 37 ปี นิคมสร้างตนเองกระเสียว...สู่ครอบครัวผาสุก” เยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มเครือข่าย อาทิ ผลิตภัณฑ์จากตะไคร้ ผลิตภัณฑ์ผ้าทอตีนจก ลาวครั่ง ผลิตภัณฑ์ชาวเขา ผลิตภัณฑ์จาก วิสาหกิจชุมชนโลกยิ้ม ผลิตภัณฑ์คลังปัญญาผู้สูงอายุ อ.ด่านช้าง และเยี่ยมชมบูธกิจกรรรม กระบวนการดูแลและให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย พร้อมมอบนโยบายการเสริมสร้างศักยภาพให้กับสมาชิกนิคมสร้างตนเองฯ มอบเงินทุนประกอบอาชีพฯ และวัสดุอุปกรณ์สายน้ำหยด ต้นไม้ แก่ตัวแทนสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกพืชสมุนไพรฯ ตำบลนิคมกระเสียว มอบถุงยังชีพผู้ประสบปัญหาสังคมครัวเรือนเปราะบาง (ผู้พิการ/ผู้สูงอายุ/เด็ก) มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับผู้แทนสมาชิกบ้านน้อยในนิคม จากนั้น รมว.พม. และคณะผู้บริหารร่วมกันปลูกตะไคร้และต่อสายน้ำหยด ณ แปลงสาธิตนิคม รมว.พม. มอบแพะ (สำนักงานธนานุเคราะห์ให้การสนับสนุน) เพื่อดำเนินการจัดตั้ง “ธนาคารแพะ” ให้กับสมาชิกนิคมสร้างตนเองฯ ภายใต้โครงการนำร่อง “ธนาคารแพะ” นิคมสร้างตนเองกระเสียว
จากนั้นลงพื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ หมู่ที่ 3 ต.นิคมกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรีพบปะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกพืชสมุนไพรตำบลนิคมกระเสียว ชมแปลงเกษตรตัวอย่างของสมาชิกกลุ่มฯ และเยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคม และมอบการซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ รวมจำนวน 2 ราย
รมว.พม.วราวุธ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่จัดตั้งนิคมสร้างตนเองกระเสียว เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2528 เมื่อ 38 ปีแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสมาเห็นการพัฒนาความก้าวหน้าและแนวทางในการดำรงชีพของพี่น้องชาวนิคมสร้างตนเองกระเสียว ซึ่งก็น่าชื่นใจว่ามีหลายอาชีพที่สามารถพัฒนาให้เป็นรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่กระนั้นก็ตามยังมีพี่น้องอีกจำนวนนึงที่ยังต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ ไว้ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี เรื่องภูมิปัญญาการทำเกษตรสมัยใหม่ เพราะว่าที่อำเภอด่านช้างแห่งนี้เป็นหนึ่งในอำเภอที่มีความกันดารและขาดแคลนน้ำ การใช้แหล่งน้ำต่างๆนั้นค่อนข้างหายาก การที่จะทำการเกษตรในนิคมฯแห่งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ความรู้ และแนวทางของกระทรวง พม.ก็จะประสานหน่วยงานต่างๆในการที่จะเอาองค์ความรู้มาให้กับพี่น้องประชาชนในนิคมสร้างตนเองกระเสียวแห่งนี้ เพื่อที่จะให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นในการทำอาชีพร่วมไปถึงเรื่องการศึกษา และก็แนวทางที่จะพัฒนาศูนย์บริบาลผู้สูงอายุเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ของนิคมฯแห่งนี้