วันนี้ (17 ธ.ค. 68) เวลา 08.50 น. ที่ศาลาการเปรียญวัดหลักเมตร ตำบลสระเเก้ว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ถวายสักการะเเละกล่าวถวายการต้อนรับพระราชวชิรมงคลเมธี ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) วัดจันทน์กะพ้อ พร้อมบรรยายพิเศษถวายความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานการพระศาสนาเเก่เจ้าคณะพระสังฆาธิการเเละพระเลขานุการในหัวข้อ "รัฐกับงานคณะสงฆ์ 6 ด้าน" ในการประชุมคณะสงฆ์ภาค 14-15 (ธรรมยุต) (จังหวัดนครปฐม-สุพรรณบุรี-กาญจนบุรี-สมุทรสาคร-ราชบุรี-เพชรบุรี-สมุทรสงคราม-ประจวบศรีขันธ์) โดยมีพระราชวชิรมงคลเมธี ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) วัดจันทน์กะพ้อ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูอุดมสาสนกิจ เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี (ธรรมยุต) วัดหลักเมตรพระเทพเมธาภรณ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) วัดสิริกาญจนาราม พระวัฒนวชิรเมธี รองอธิการบดีมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดราชาธิวาสวิหาร เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระเลขานุการทุกระดับ รวม 387 รูป นางพัชรินทร์ พัดทอง ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุพรรณบุรี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้บรรยายพิเศษถวายความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานการพระศาสนาเเก่เจ้าคณะพระสังฆาธิการเเละพระเลขานุการในหัวข้อ "รัฐกับงานคณะสงฆ์ 6 ด้าน" ประกอบด้วย
- ด้านที่ 1 ด้านการปกครองคณะสงฆ์ ปัจจุบันคณะสงฆ์จังหวัดและหน่วยงานภาครัฐ ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ส่งเสริมให้การปกครองคณะสงฆ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สอดคล้องกับพระธรรมวินัย กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถาบันสงฆ์ เช่น กองอำนวยการรักษาความมันคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ได้บูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนต่าง ๆ รวมทั้งได้มีการบูรณาการโครงการวัดสีขาว เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยให้วัดซึ่งเป็นสถาบันที่สำคัญของศาสนาพุทธ เป็นสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน พระภิกษุสงฆ์และบุคคลอื่นผู้อาศัยอยู่ในวัด ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด
- ด้านที่ 2 ด้านการศาสนศึกษาได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี ตลอดจนการศึกษาสงฆ์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อพัฒนาพระภิกษุสามเณรให้มีความรู้ความสามารถ เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และจัดกิจกรรมส่งเสริม สนับสนุนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในการเข้ารับการอบรมและสอบธรรมศึกษาตรี-โท-เอก ตามโครงการส่งเสริม การเรียนธรรมศึกษาของบุคลากรภาครัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ให้บุคลากรภาครัฐได้เรียนรู้หลักธรรมคำสอนเพื่อพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้
- ด้านที่ 3 ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับคณะสงฆ์ในการส่งเสริมการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มวัยผ่านกิจกรรม โครงการ และสื่อที่เหมาะสม เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และสร้างสังคมที่สงบสุขโดยได้บูรณาการภารกิจของภาครัฐ คณะสงฆ์ และภาคประชาชน ผ่านกิจกรรมเยาวชนคนดีศรีสุพรรณ หมู่บ้านคนดีศรีสุพรรณ โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 การจัดกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โครงการผู้ว่าพาตักบาตร สืบสานพระพุทธศาสนา รักษาศีล 5 จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าวัด ทำวัตร สวดมนต์ และปฏิบัติธรรรม สร้างสรรค์คนดี มีศีลธรรม วัฒนธรรม เคารพกฎหมาย ตลอดจนการส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางศีลธรรม จริยธรรม ในระดับชุมชน
- ด้านที่ 4 ด้านการสาธารณูปการ คณะสงฆ์และหน่วยงานราชการ ได้บูรณาการพัฒนาวัดให้ สะอาด สงบ เป็นสถานที่สัปปายะ ตามโครงการวัดประชารัฐสร้างสุข การพัฒนาวัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ให้การสนับสนุนการพัฒนาวัดและศาสนสถานให้เป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชุมชน ตลอดจนการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะ และสิ่งปลูกสร้างทางศาสนา เพื่อให้เอื้อต่อการประกอบศาสนกิจและกิจกรรมของประชาชน และการสร้างเมรุปลอดมลพิษ ให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ด้านที่ 5 ด้านการศึกษาสงเคราะห์ ร่วมกับคณะสงฆ์ส่งเสริมการช่วยเหลือเกื้อกูลด้านการศึกษาแก่เด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส ผ่านโรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนการกุศลของวัด และทุนการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ให้ความอนุเคราะห์ด้านต่าง ๆ แก่ นักเรียน และ สถานศึกษา เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ (โดยเฉพาะเด็กที่ขาดโอกาส) ได้เรียนฟรี มีความรู้คู่คุณธรรม
- ด้านที่ 6 ด้านการสาธารณสงเคราะห์ คณะสงฆ์จังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์ประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก รวมถึงการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย และการพัฒนาสังคม โดยยึดหลักเมตตาธรรมและการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เช่น การจัดตั้งวัดเป็นศูนย์พักพิงฉุกเฉิน การจัดตั้งโรงทานให้บริการประชาชนมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอัคคีภัย วาตภัย และอุทกภัย สร้างบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง อีกทั้งวัดยังเป็นศูนย์กลางให้ความรู้ด้านสุขภาพ การจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในวัด การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติด โดยใช้หลักธรรม ซึ่งมีพระสงฆ์เป็นที่ปรึกษาทางจิตใจ และช่วยเยียวยาสังคมให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนมีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีขึ้น ลดภาระงานของโรงพยาบาล