วันนี้ (7 เม.ย. 69) เวลา 17.30 น. ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทน กอ.รมน.จ.สพ. นายอำเภอบางปลาม้า ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุพรรณบุรี ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน ผู้แทน ปภ.จังหวัดสุพรรณบุรี ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี และส่วนราชการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่พบปะกลุ่มเกษตรกรเพื่อทำความเข้าใจเรื่องมาตรการห้ามเผาตอซังข้าว ซึ่งสืบเนื่องมาจากกรณี นายเสมียน หงส์โต นายกสมาคมพัฒนาชาวนาและเกษตรกรไทยนำตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง จำนวน 80 คน เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ที่หอประชุมอาชาสีหมอก ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้ทบทวนมาตรการห้ามเผาตอซังข้าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรชาวนาที่จะทำการเพาะปลูกรอบที่ 2 (นาปี) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ลงพื้นที่ดูแปลงนาเกษตรกร ซึ่งมีการอธิบายถึงการเผาตอซังข้าวซึ่งส่งผลเสียรุนแรงต่อโครงสร้างดิน ทำให้ดินแน่น แร่ธาตุลดลง จุลินทรีย์มีประโยชน์ตาย และเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 โดยมี นายชัยพร พรหมพันธุ์ เกษตรกรต้นแบบ ผู้พลิกฟื้นการทำนาเคมีสู่แปลงเกษตรอินทรีย์ที่เน้นการลดต้นทุนและพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
และนางพีรดา ปฏิทัศน์ ผู้นำวิสาหกิจชุมชนแนวร่วมปฏิวัติขยะสุพรรณบุรี เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีเน้นย้ำ การใช้น้ำหมักจุลินทรีย์เพื่อย่อยสลายตอซังและฟางข้าวเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการเตรียมดินแทนการเผา ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุ ปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย และลดปัญหา "โรคเมาตอซัง" ในฤดูกาลถัดไป ซึ่งมีเกษตรกรบางรายเห็นด้วยและให้มีการทดลองแนวทางการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์เพื่อย่อยสลายตอซังและฟางข้าว โดยจะเริ่มดำเนินการในวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีมีแนวคิดที่จะพากลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ที่ประสบปัญหาไปศึกษาดูงานที่จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านนาอินทรีย์ชั้นนำของไทย ซึ่งเป็นต้นแบบการทำเกษตรอินทรีย์ครบวงจร ในอนาคตต่อไป