เช้าวันนี้( 17 มกราคม) นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ณ หอประชุมอาชาสีหมอกศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ที่พระองค์ทรงเป็นนักการทหาร นักปกครอง นักการทูต และนักปราชญ์ที่ทรงพระปรีชาสามารถ โดยมี นางนภัสสร สุวรรณประทีป นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธี ตามมาตรการชีวิตวิถีใหม่ป้องกันไวรัสโควิด 19
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นพระราชโอรส ของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์กับนางเสือง เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 3 ในราชวงศ์พระร่วงแห่งราชอาณาจักรสุโขทัย เสวยราชย์ประมาณ พ.ศ. 1820 -ประมาณ พ.ศ. 1842 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทยที่ได้รับการยกย่องเป็น "มหาราช" ด้วยทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันทรงคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ทรงใช้ระบบการปกครองแบบ "พ่อปกครองลูก" ทรงโปรดให้สร้างทำนบกักน้ำที่เรียกว่า “สรีดภงส์” เพื่อนำน้ำไปใช้ในตัวเมืองสุโขทัยและบริเวณใกล้เคียง โดยอาศัยแนวคันดินที่เรียกว่า “เขื่อนพระร่วง” ทำให้มีน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกและอุปโภค บริโภคในยาม ที่บ้านเมืองขาดแคลนน้ำ ทรงส่งเสริมการค้าขายอย่างเสรีภายในราชอาณาจักรด้วยการไม่เก็บภาษี เมื่อ พ.ศ. 1826 ทรงคิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นใช้แทนตัวอักษรขอมที่เคยใช้กันมาแต่เดิม เรียกว่า “ลายสือไทย” และได้มีการพัฒนาการมาเป็นลำดับจนถึงอักษรไทยในยุคปัจจุบัน ทำให้คนไทยมีอักษรไทยใช้มาจนถึงทุกวันนี้ ทรงโปรดให้จารึกเรื่องราวบางส่วนที่เกิดในสมัยของพระองค์ โดยปรากฏอยู่ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 ในวันที่ 17 มกราคมพุทธศักราช 2376 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญว่า ชนชาวไทยได้สร้างชาติสร้างแผ่นดิน ราชอาณาจักรสุโขทัยนับตั้งแต่พุทธศักราช 1800 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีจึงกำหนดให้วันที่ 17 มกราคมของทุกปี เป็นวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช