วันนี้ (23 เม.ย. 69) เวลา 08.45 น. ที่บริเวณหน้าอุทยานสัจจะและกตัญญู จังหวัดสุพรรณบุรี (อนุสาวรีย์ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21) อ.เมืองสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีสักการะวางพวงดอกไม้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี การถึงแก่อนิจกรรม ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายก อบจ.สุพรรณบุรี นายก อบจ.ปทุมธานี ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารภาคเอกชน และประชาชนชาวสุพรรณบุรี โดยร่วมกันใส่เสื้อสีฟ้าเข้าร่วมพิธี
จากนั้น เวลา 10.00 น. ที่ศาลาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.เมืองสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา ได้ทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ในพิธีทำบุญ รำลึกถึง ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ครบรอบ 10 ปี การถึงแก่อนิจกรรม โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายก อบจ.สุพรรณบุรี นายก อบจ.ปทุมธานี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนภาคเอกชน
ร่วมพิธี
ทั้งนี้ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ได้ชื่อว่าเป็นผู้วางรากฐานการพัฒนาเมืองสุพรรณบุรีให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด พลิกโฉมจากจังหวัดชนบทสู่ความเจริญ ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และระบบสาธารณูปโภคในจังหวัดสุพรรณบุรี อย่างทั่วถึง โดยอนุสาวรีย์ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ที่ตั้งตระหง่าน ณ อุทยานสัจจะและกตัญญู บริเวณหน้าศาลหลักเมืองสุพรรณบุรี คือตัวแทนความทรงจำที่คนสุพรรณร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความขอบคุณในสัจจะและกตัญญู ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ยึดถือเป็นคติในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนตลอดช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ “ผมมาจากดิน ผมก็ต้องไปจากดิน คนเรานั้นมีแต่ตัว เงินทองเป็นสิ่งนอกกาย แต่ว่าทำอะไรให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมืองแก่ประเทศชาติ ผมจะต้องทำอย่างยิ่ง”