วันนี้ (5 ก.ย. 69) เวลา 09.15 น. ที่ห้องประชุมขุนแผน ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต วิชาเอกการบริหารการปกครองท้องที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประจำภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2569 โดยมี นางสาวสรียาวรรธ เข็มเพ็ชร์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุปัญญดา สุนทรนนท์ อาจารย์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ สารวัตรกำนัน เข้าร่วม
การจัดการศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชกับกระทรวงมหาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ ในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้นำปกครองท้องที่ ให้มีโอกาสเพิ่มทุนความรู้และทักษะทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์ การปกศรอง การบริหารงาน ภาครัฐ กฎหมาย และการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องที่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลง สำหรับการปฐมนิเทศในวันนี้ เพื่อให้นักศึกษาใหม่ได้รับทราบแนวทางการศึกษาในระบบของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เข้าใจโครงสร้างและรายละเอียดของหลักสูตร ตลอดจนระเบียบและข้อปฏิบัติต่างๆ ทั้งได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการเรียน การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และการบริหารจัดการเวลาให้สามารถศึกษาเล่าเรียนควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีนักศึกษาใหม่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 51 คน ซึ่งล้วนเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และข้าราชการ สังกัดกรมการปกครองของจังหวัดสุพรรณบุรี
ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การจัดเรียนการสอนในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันสำคัญยิ่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านการปกครองท้องที่ ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ที่จะได้พัฒนาความรู้ความสามารถ และเพิ่มพูนศักยภาพของตนเองให้มีความพร้อมต่อการปฏิบัติภารกิจในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความท้าทายมากขึ้นงานด้านการปกครองท้องที่เป็นงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นงานที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด นักปกครองท้องที่จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นผู้รับฟังปัญหา เป็นที่พึ่งและเป็นผู้ประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนั้น การศึกษาหาความรู้ จึงไม่ใช่เพียงการมุ่งหวังเพื่อให้ได้รับวุฒิการศึกษาเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือการนำความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อการปฏิบัติหน้าที่และต่อประชาชนในพื้นที่ และสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความรู้ ก็คือ คุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ขอให้ทุกท่านยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้เป็นที่เชื่อมันและศรัทธาของประชาชน และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาท้องที่และประเทศชาติต่อไป