วันนี้ (18 ก.ย. 69) เวลา 09.00 น. ที่บริเวณสนามหญ้าข้างโรงอาหารศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี (ฝั่งตลาดนัด) นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย กิจกรรมเชื่อมโยงช่องทางการตลาดในการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย ภายใต้ชื่อ "ตลาดเกษตรปลอดสาร อาหารปลอดภัย สร้างรายได้สู่ชุมชน" โดยมี นางเอกหทัย พนมอุปถัมภ์ พัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายอำเภอสามชุก หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ เกษตร ผู้เข้าร่วมโครงการ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม
จังหวัดสุพรรณบุรี โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้บูรณาการร่วมกับคณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนโยบายพลังประชารัฐ (คสป.) จังหวัดสุพรรณบุรี ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายในการสร้างรายได้กิจการอาหารปลอดภัย เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยให้มีคุณภาพ และเชื่อมโยงช่องทางการตลาดอาหารปลอดภัย กิจกรรมประกอบด้วย การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารปลอดภัย เกษตรปลอดภัย จำนวน 20 กลุ่ม/ราย และการแข่งขันทำอาหารจากผลผลิตทางการเกษตร จำนวน 2 เมนู ได้แก่ เมนูส้มตำ และแกงเลียง โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเทคโนโลยีการประกอบอาหาร และบริการ จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี และครูผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และโภชนาการ จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรมบุรี พร้อมทั้งกรรมการเครีอข่าย OTOP จังหวัดสุพรรณบุรี ประธานกลุ่มมาดามแซบ ร่วมเป็นคณะกรรมการ
ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะปัจจุบันเรื่องสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การส่งเสริมผลผลิตเกษตรปลอดสารพิษ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้บริโภคได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย แต่ยังเป็นการสนับสนุน เกษตรกรในท้องถิ่นให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้า สร้างอาชีพ และกระจายรายได้ กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน การจัดงานครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งผู้จัดงาน เกษตรกร และเครือข่ายชุมชน ที่ร่วมใจกันยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัย ให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดภัย ที่เข้มแข็งต่อไป