ผู้ว่าฯสุพรรณบุรี เน้นย้ำ! การออกแบบการพัฒนาคนให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจใหม่ ทำให้ทักษะเชื่อมสู่งาน รายได้ และการแข่งขันของจังหวัด ในที่ประชุม กพร.ปจ. ครั้งที่ 1/2569

     วันนี้ (24 เม.ย. 69) เวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมรวงผึ้ง ชั้น 2 อาคารอำนวยการ สถาบันพัฒนาฝีมือเเรงงาน 2 สุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาเเรงงานเเละประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัดสุพรรณบุรี (กพร.ปจ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายอนุชิต ดรกันยา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 2 สุพรรณบุรี ทำหน้าที่เลขานุการ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเกษตร อุตสาหกรรมการและบริการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยว ผู้บริภาคภาคเอกชน ที่ร่วมเป็นอนุกรรมการ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อรับทราบข้อมูลสถานการณ์แรงงานจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อมูลปี 2568 ซึ่งมีผู้มีงานทำ จำนวน 482,349 คน คิดเป็นร้อยละ 99.35 และมีผู้ว่างงาน 3,180 คน คิดเป็นร้อยละ 0.65 สรุปข้อมูลการขับเคลื่อนแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดสุพรรณบุรี   
     นอกจากนี้ ยังเห็นชอบร่างแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ.2568-2570 (ฉบับทบทวน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 88 โครงการ ใน 4 ประเด็นการพัฒนาจังหวัด ได้แก่ (1) การเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมให้ได้มาตรฐานเพื่อแข่งขัน (2) การพัฒนาการท่องเที่ยวและการกีฬาเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี (3) การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้การมีส่วนร่วมสู่ความยั่งยืน และ (4) การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้ง การติดตามและบันทึกผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดสุพรรณบุรี และแผนการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนจังหวัดสุพรรณบุรี
     ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เน้นย้ำ การพัฒนาคนต้องสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานจริง และภาครัฐต้องร่วมกันสร้างระบบพัฒนาคนในเชิงรุก ทำให้ทักษะเชื่อมสู่งาน รายได้ และการแข่งขันของจังหวัด โดยพัฒนา Platform การเรียนรู้และระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนกำลังคน ทำให้เห็นความต้องการของตลาดงานและทักษะที่มีอยู่จริงในจังหวัด รวมทั้ง การลดความซ้ำซ้อนด้วยระบบดิจิทัล เพื่อให้การใช้งบประมาณพัฒนาทักษะคุ้มค่าและนำไปสู่การจ้างงานที่มีรายได้จริง รวมทั้ง การยกตัวอย่าง ความต้องการการฝึกอบรม (Training Needs) ในเรื่องการไม่เผาตอซังและฟางข้าว เป็นสิ่งสำคัญเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรจากการเผาเป็นการจัดการที่ยั่งยืน ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพดิน ลดต้นทุน และลด PM2.5 ต่อไป
 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar