วันนี้ (31 ก.ค. 69) เวลา 07.30 น. ณ ห้องประชุมพลายแก้ว ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานการติดตามการดำเนินงานตามมาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในที่โล่งแจ้ง และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และ PM10 จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทน ร.ผอ.รมน.จ.สพ. (ท) หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อรายงานผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฯ อาทิ การเร่งกระจายน้ำหมักสลายตอซังให้เกษตรกรให้ครบ 1,008 หมู่บ้าน ความคืบหน้าการอบรมการเพาะเห็ดฟางเพื่อใช้พื้นที่ว่างที่มีอยู่แล้วในโรงเรียนมาทำการเพาะเห็ดฟาง การประกวดการจัดทำ "หุ่นฟางน้องเหน่อ" "บ้านดิน/บ้านฟาง" การนำฟางไปหมักเพื่อให้เกิดแพลงก์ตอนและนำมาแปรรูปเป็นอาหารปลา การประสานงานกับชมรมโรงสีเพื่อวางมาตรการล่วงหน้าในการไม่รับซื้อข้าว หรือตัดคะแนนแปลงนาที่มีการเผาโดยต้องประกาศให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าโดยใช้เกณฑ์เปอร์เซ็นต์พื้นที่เผา เช่น หากปล่อยให้มีการเผาเกิน 5-10% ของพื้นที่ เจ้าของที่ดินต้องรับผิดชอบ การเร่งขยายเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมเอามื้อสามัคคีในพื้นที่โคกหนองนาเพื่อนำฟางมาใช้ประโยชน์ (ความต้องการฟางเพื่อใช้ในกิจกรรมโคกหนองนา รวม 180,060 กก.) การรวบรวมพิกัดโรงงานคัดแยกขยะและโรงงานที่รับกำจัดวัสดุ เช่น โรงงานปูนซีเมนต์ที่รับเศษยางและพลาสติก เพื่อสร้างโครงข่ายการกำจัดขยะที่ถูกต้อง และการจัดตั้งธนาคารขยะอย่างเป็นรูปธรรม (1 โรงเรียน 1 ธนาคารขยะ)
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ยังคงเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดมาตรการห้ามเผาในที่โล่งแจ้งทุกรูปแบบ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สร้างความเข้าใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่าพื้นที่เผาส่วนใหญ่ร้อยละ 53.36 เป็นนาเช่า ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ อาทิ
1) มอบหมายสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัด เพิ่มพื้นที่จุดแจกน้ำหมักสลายตอซังในอำเภอเดิมบางนางบวชให้มากขึ้น
2) มอบหมายสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเตรียมการในกิจกรรมเอามื้อสามัคคีในพื้นที่โคกหนองนา ซึ่งกำหนด Kick-off วันที่ 7 ส.ค. นี้ ในพื้นที่อำเภอด่านช้าง