นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกรในพื้นที่

     วันเสาร์ที่ 1 ส.ค. 2569 เวลา 09.30 น. ณ แปลงสาธิตการผลิตข้าวต้นทุนต่ำ บ้านท่านางเริง ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจราชการ และเยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายประภัตร โพธสุธน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 17 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้แทนภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่กว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรรม 
      ในโอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมกล่าวว่า เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากภาคเกษตรกรรมเป็นฐานรากสำคัญในการผลิตอาหารและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยมาโดยตลอด ปัจจุบันรัฐบาลได้หาแนวทางการเพิ่มรายได้จากการปลูกข้าวให้กับพี่น้องชาวนาไทย มีมาตรการและนวัตกรรมสำคัญหลายด้าน อาทิ การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ เพื่อลดการใช้แรงงาน และสารเคมี ปรับปรุงพันธุ์ข้าว พัฒนาและแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีที่ทนแล้งเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น บริหารจัดการน้ำ จัดระบบชลประทานและสระน้ำในไร่นา เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดฤดูกาลผลิต 
     สำหรับกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย การบรรยายสรุปจาก นายประภัตร โพธสุธน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี และนายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร อดีตอธิบดีกรมการข้าว เกี่ยวกับการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิตข้าว การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดการเผา เพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำในระดับชุมชน โดยมีภาคเอกชนที่ร่วมโครงการในวันนี้ อาทิ สวนกาญจน์ประสีณ บริษัท เทคชายน์ จำกัด บริษัท ซีบริงค์ จำกัด บริษัท เกษตรร่วมพัฒนา จำกัด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการเยี่ยมชมแปลงสาธิตปลูกข้าว 6 แปลงในพื้นที่ปลูกข้าวรวม 95 ไร่ แยกเป็นข้าวไรซ์เบอรี่ 58 ไร่ และข้าวขาวพื้นนุ่ม 37 ไร่ อีกด้วย 
     ทั้งนี้ จังหวัดสุพรรณบุรีถือเป็นพื้นที่สำคัญของการผลิตข้าวไทยและเป็นตัวอย่างของการปรับตัวสู่เกษตรสมัยใหม่ที่ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และการรวมกลุ่มของเกษตรกรเป็นพลังในการยกระดับการผลิต ท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ภัยแล้ง สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

image วิดีโอ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar